Skip to main content.
June 30th, 2008

เมล์เบรคแตก ชนวินาศพังยับ13คัน

รถเมล์ปรับอากาศสาย140ลงทางด่อนก่อนแยกเพชรบุรี เขตปทุมวันเกิดเบรคแตกชนรถเมล์ด้วยกันพัง13คัน จราจรติดขัดหนัก แต่ไม่มีใครบาดเจ็บ

เมล์สาย140เบรคแตกชนวินาศพังยับ13คัน
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต
ไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

สน.ทางด่วน1 เมื่อเวลา 08.00 น.วันนี้(30 มิถุนายน) พ.ต.ท.วรเทพ สงวนแสง พนักงานสอบสวน(สบ3) สน.ทางด่วน1 รับแจ้งอุบัติเหตุรถชนกันจำนวนหลายคัน บริเวณทางลงด่วนมหานคร ก่อนแยกลงถนนเพชรบุรี แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม.

จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยทางด่วน พบรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ร่วมบริการขสมก.สาย 140 สีน้ำเงิน ทะเบียน11-8906 กทม. ของบริษัทบริบูรณ์อินฟินีตี้ จำกัด วิ่งระหว่างมหาชัยเมืองใหม่-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สภาพด้านหน้ายุบ ชนรถยนต์และรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ สาย139 ทะเบียน13-1012 กทม.

รวมทั้งหมดเสียหาย 13 คันจอดระเนระนาดสภาพบุบทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยเจ้าหน้าที่กูภัยทางด่วนต้องรีบเคลียร์จุดเกิดเหตุ เนื่องจากเกิดปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งใช้เวลาเคลียร์เส้นทางดังกล่าวประมาณ 30 นาที

จากการสอบสวนนายสมบูรณ์ เวียงสมุทร อายุ 28 ปี คนขับรถโดยสารสาย 140 ให้การว่า ตนได้ขับรถมาจากมหาชัยขณะนั้นมีผู้โดยสารภายในรถประมาณ 50 คน จากนั้นขึ้นทางด่วนมาลงแยกถนนเพชรบุรี เพื่อมุ่งหน้าไปอนุสาวรีย์ชัยฯ จังหวะนั้นตนได้แตะเบรคแต่ปรากฏว่าเบรคไม่ทำงาน ตนจึงพยายามหักรถหลบเข้าซ้ายเพื่อหลบรถที่จอดติดไฟแดงอยู่ แต่ในจังหวะดังกล่าวมีรถอยู่เต็มถนน จึงได้ชนรถเสียหายจำนวนหลายคัน เนื่องจากรถที่ตนชนได้ไถลกระแทกคันข้างหน้าไปเรื่อยๆ

“ผมขับมาไม่เร็วนะครับ ผมขับมาเรื่อยๆ ความเร็วประมาณไม่เกิน 60 แต่จุดเกิดเหตุเป็นทางลาดลง ทำให้รถที่ผมขับมาแล้วเบรคไม่อยู่นั้นมีแรงส่ง จึงดูเหมือนขับมาเร็ว โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ” นายสมบูรณ์ กล่าว

ด้านนายประสิทธิ์ คันศรีโพธิ์ อายุ 27 ปี คนขับโดยสารปรับอากาศ ร่วมบริการ สาย 139 กล่าวว่า จังหวะที่ตนลงทางด่วนมาแล้วก็จอดติดไฟแดงอยู่ แต่จู่ๆก็มีเสียงดังโครมที่ด้านท้ายรถ ตนจึงชะโงกดูก็เห็นรถเก๋งมาชนท้าย และตนก็ยังเห็นอีกว่ามีรถชนกันอีกมากมายหลาย 10 คัน เนื่องจากถูกรถเมล์ สาย 140 วิ่งมาชนระหว่างจอดติดไฟแดง ผู้โดยสารที่อยู่บนรถก็ตกใจ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย เพราะรถคันเกิดเหตุไม่ได้วิ่งมาเร็วเท่าไหร่

พ.ต.ท.วรเทพ กล่าวว่า เบื้องต้นได้แจ้งข้อหากับนายสมบูรณ์ คนขับรถโดยสาร สาย 140 ซึ่งเป็นรถคันก่อเหตุในข้อหาขับรถโดยประมาท เป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย จากนั้นก็ให้ประกันภันของรถผู้เสียหายในแต่ละคันมาเคลียรกันเอง ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ต้องรีบเคลียร์จุดเกิดเหตุ เพราะเหตุดังกล่าวส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก

Posted by admin as Uncategorized at 5:41 AM MST

No Comments »

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ฉาว ขออึ๊บ นศ.แลกเกรด

พอเหยื่อปฏิเสธกลับกลั่นแกล้งปรับเกรดต่ำกว่าทุกคน ภายหลังพยายามเลี่ยงไม่เรียนวิชาที่อาจารย์ฉาวสอน แต่กลับไม่พ้นต้องมาเจออีก มักสั่งให้ไปพบที่ห้องพัก แล้วฉวยโอกาสลวนลาม เคยนำเรื่องไปแจ้งอาจารย์ที่ปรึกษาแต่ถูกเมิน สุดทนเลยหารือกับ ตร.วางแผนติดกล้องกับเทปบันทึกเสียง

ซ้อนแผนแอบถ่าย ผศ.ฉาว! ขออึ๊บ นศ.แลกเกรดเมื่อเวลา 16.40 น. วันที่ 29 มิ.ย. พ.ต.ต.รักเกียรติ แย้มบางยาง พนักงานสอบสวน สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี รับแจ้งจาก น.ส.เฟิร์น (นามสมมติ) อายุ 21 ปี อยู่ อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เป็นนักศึกษาปีที่ 3 คณะบริหารศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ว่า ขอให้ดำเนินคดีกับ ผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ อายุ 41 ปี อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเดียวกัน ในข้อหากระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ

ทั้งนี้ น.ส.เฟิร์นให้รายละเอียดว่า ภาคเรียนก่อนหน้านี้เคยเรียนวิชาที่ ผศ.จักรฤทธิ์ เป็นผู้สอน ภายหลัง ผศ.จักรฤทธิ์ ได้ขอเบอร์โทรศัพท์มือถือไป ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร เพราะเข้าใจว่าอาจารย์คงขอไปเพื่อความสะดวกในการติดต่อเรื่องการเรียนการสอนแบบอาจารย์กับลูกศิษย์ตามปกติทั่วไป แต่เรื่องกลับตรงกันข้ามเมื่อ ผศ.จักรฤทธิ์ได้โทรศัพท์มาหาพูดจาแทะโลมไม่เว้นแต่ละวัน รวมทั้งชวนไปกินข้าว ชวนไปเที่ยว แต่ไม่เคยรับปากและบ่ายเบี่ยงตลอดมา พอปฏิเสธไปกลับถูก ผศ.จักรฤทธิ์ ข่มขู่ว่าหากไม่ให้ความร่วมมือให้ระวังเรื่องเกรดในวิชาที่เรียนอาจจะมีปัญหา สุดท้ายวิชาดังกล่าวเพื่อนที่เรียนด้วยกันได้เกรดเอหมดยกเว้นตนได้เกรดต่ำกว่าเพื่อน

นักศึกษาสาวเหยื่ออัพเกรด กล่าวอีกว่า กระทั่งมาภาคเรียนปัจจุบัน ตนพยายามหลีกเลี่ยง ไม่เลือกเรียนวิชาเลือกที่ ผศ.จักรฤทธิ์เป็นผู้สอน แต่ก็หนีไม่พ้นต้องเรียนวิชาที่ ผศ.จักรฤทธิ์สอนอีกจนได้ และก็ถูกอาจารย์พยายามแทะโลม และลวนลามทุกครั้งที่มีโอกาส จนทนไม่ไหวนำเรื่องไปหารือกับอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาก็ได้แต่บอกให้ระวังตัวเอง ไม่สามารถดำเนินการอะไรกับอาจารย์คนนี้ได้ ถึงแม้ว่าจะมีบรรดานักศึกษาพูดจากันหนาหูว่ามีนักศึกษาหลายรายต้องพลีกายให้กับอาจารย์คนนี้เพื่อแลกกับเกรด ซึ่งมีทั้งนักศึกษาหญิงและนักศึกษาชายที่หน้าตาดี

“เมื่อหาทางออกไม่ได้ จึงไปปรึกษากับนายตำรวจคนหนึ่ง วางแผนให้ติดอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงติดตัวไปทุกครั้ง หาก ผศ.จักรฤทธิ์นัดหมายให้เข้าไปพบที่ห้องพักอาจารย์ ชั้น 3 อาคารคณะศิลปศาสตร์ เพราะเชื่อว่าต้องถูกลวนลามอย่างแน่นอน และทุกอย่างก็เป็นไปตามคาด เมื่อ ผศ.จักรฤทธิ์ได้นัดให้ไปพบที่ห้องพักอาจารย์ หนูจึงติดอุปกรณ์ถ่ายภาพและเสียงไว้ตามแผน เมื่อไปในห้องพักก็ถูก ผศ.จักรฤทธิ์เข้ามาลวนลาม โอบกอด แถมยังขอทำอะไรมากกว่านั้นในห้องพัก แต่หนูพยายามบ่ายเบี่ยงเอาตัวรอด ขอผลัดไว้เป็นวันหลัง โดยบอกว่ามีเพื่อนมารออยู่ชั้นล่าง อาจารย์ก็ยินยอม แต่ขอจูบมัดจำโดยหอมแก้มหนึ่งครั้ง เมื่อได้หลักฐานแล้วหนูจึงมาแจ้งความดำเนินคดี” น.ส.เฟิร์นกล่าว

หลังการแจ้งความ น.ส.เฟิร์น เปิดเผยอีกครั้งว่า หลังการแจ้งความรู้ดีว่าจะต้องได้รับแรงกดดันจากทางมหาวิทยาลัยอย่างไรบ้าง แต่ขอยืนยันว่าเรื่องราวลักษณะนี้เกิดขึ้นมานานแล้วกับนักศึกษาหลายคนหลายรุ่น ทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจ ตนจำเป็นต้องกล้าทำและกล้าแจ้งความเพื่อกระชากโฉมหน้าที่แท้จริงของอาจารย์คนนี้ เพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเอง และปกป้องไม่ให้นักศึกษาคนอื่นต้องมาเสี่ยงภัยกับอาจารย์ที่ไร้คุณธรรมเช่นนี้

ทางด้าน พ.ต.ต.รักเกียรติเปิดเผยว่า เมื่อมีผู้เสียหายมาแจ้งความทางพนักงานสอบสวนจะทำหนังสือส่งไปยังอธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีให้ส่งตัว ผศ.จักรฤทธิ์ มารับทราบข้อกล่าวหาและให้ปากคำในฐานะที่เป็นข้าราชการ หากยังไม่มาคงต้องดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้พยายามติดต่อทางโทรศัพท์มือถือของ ผศ.จักรฤทธิ์ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ไม่ยอมรับสาย พอโทร.ไปอีกครั้งปรากฏว่าปิดเครื่องไปแล้ว จากนั้นผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ผศ.มนูญ ศรีพิพัฒน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาอาจารย์คนนี้มีหนังสือร้องเรียนพฤติกรรมหลายครั้ง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะผู้ร้องเรียนไม่ลงชื่อจริง แต่ครั้งนี้มีนักศึกษาถูกกระทำและมีการแจ้งความพนักงานสอบสวน ทางผู้บริหารคงนิ่งเฉยไม่ได้ ต้องตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงอย่างเร่งด่วน และจะไม่มีการปกป้องคนผิดอย่างเด็ดขาด

ม.อุบลฯจ่อไล่ออก ผศ.หื่นลวนลามน.ศ.สาว

วันนี้ (30 มิ.ย.) ศ.ดร.ประกอบ วิโรจนกูฏ อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี กล่าวถึงความคืบหน้าคดี ผศ.จักรฤทธิ์ อุทโธ อายุ 41 ปี อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ กระทำอนาจารนักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภายในห้องพักครู ว่า ล่าสุดได้สั่งพักราชการผศ.จักฤทธิ์แล้ว และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ซึ่ง ผศ.จักรฤทธิ์เคยถูกภาคทัณฑ์มาแล้ว 1 ครั้ง เนื่องจากก่อเหตุลวนลามนักศึกษาและภรรยาได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงได้ตั้งกรรมาการมาสอบสวนและผศ.จักรฤทธิ์ก็ยอมรับสารภาพ จึงลงโทษภาคทัณฑ์

ศ.ดร.ประกอบ กล่าวต่อว่า มาครั้งนี้ก็ยังมาก่อเหตุอีก ซึ่งตามกฎ คือ ไล่ออก โดยจากนี้ทางคณะกรรมการชุดสอบสวนจะพิจารณาโทษตามกฎของมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวนั้น เคยถูกร้องเรียนจากนักศึกษามาแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานยืนยันเอาผิดได้ จนนักศึกษาทนไม่ไหวไปปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำกล้องวิดีโอสามารถบันทึภาพอาจารย์ลวนลามได้อย่างชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำหนังสือประสานงานไปยังมหาวิทยาลัย เพื่อให้นำตัวผศ.จักรฤทธิ์มาสอบปากคำและแจ้งข้อหากระทำอนาจาร ทั้งนี้ หากผศ.จักรฤทธิ์ไม่มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะดำเนินการออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันชัดเจน

Posted by admin as Uncategorized at 5:31 AM MST

No Comments »